ความรู้ที่ได้จากการเรียนในวันที่ 24 ธันวาคม กฎหมาย คือ คำสั่งหรือข้อบังคับความประพฤติของมนุษย์ ซึ่งผู้มีอำนาจสูงสุด หรือรัฏฐาธิปัตย์เป็นผู้บัญญัติขึ้นผู้ใดฝ่าฝืน มีสภาพบังคับ
กฎหมายอาญา คือ กฎหมายที่บัญญัติว่าการกระทำอย่างใดเป็นความผิดและกำหนดโทษที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิดนั้น
บุคคลจะต้องรับผิดทางอาญาก็ต่อเมื่อ
1. การกระทำครบองค์ประกอบของความผิด
- มีการกระทำ ต้องมี คิด-ตกลง-ทำ มี 2 ประเภท
- โดยเคลื่อนไหวร่างกาย เช่น ทางตรงได้แก่ ใช้ปืนยิง ทางอ้อมได้แก่ ใส่ยาพิษในอาหาร
- โดยไม่เคลื่อนไหวร่างกาย คือ การงดเว้นหน้าที่ และการละเว้นหน้าที่
- การกระทำครบองค์ประกอบภายนอก
- ผู้กระทำ
- การกระทำ
- วัตถุแห่งการกระทำ
- การกระทำครบองค์ประกอบภายใน คือ เจตนา
- ประสงค์ต่อผล หรือเล็งเห็นผล
- รู้ข้อเท็จจริง องค์ประกอบความผิด
- ไม่รู้ไม่มีเจตนา
- รู้เท่าใด มีเจตนาเท่านั้น
- รู้เท่าใดมีเจตนาเท่านั้นแต่ไม่เกินความจริง
- ผลของการกระทำสัมพันธ์กับการกระทำ
- ผลโดยตรง คือ 1. ถ้าไม่ทำผลไม่เกิด 2. แม้ไม่ทำผลก็เกิดอยู่ดี
- ผลธรรมดา คือ ผลที่วิญญูชนคาดเห็น ความเป็นไปได้ของผลนั้น ผู้กระทำต้องรับผิดในผลบั้นปลายที่เกิดขึ้นนั้น
2. การกระทำไม่มีกฎหมายยกเว้นความผิด คือ การป้องกัน
1. มีภยันอันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันจะผิดต่อกฎหมาย
2. มีภยันอันตรายนั้นใกล้จะถึง
3. ผู้กระทำจำต้องกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตนหรือผู้อื่นให้พ้นมีภยันอันตราย
4. การกระทำโดยป้องกันสิทธิไม่เกินขอบเขต
3. การกระทำไม่มีกฎหมายยกเว้นโทษ คือ ความจำเป็น
1. จำเป็นเพราะอยู่ในที่บังคับหรือภายใต้อำนาจซึ่งไม่อาจหลีกเลี่ยงหรือขัดขืนได้
2. จำเป็นเพราะเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นพ้นจากภยันอันตรายที่ใกล้จะถึงและไม่สามารถหลีกเลี่ยงให้พ้นโดยวิธีอื่นใด
จากที่อาจารย์ได้สอนมาทำให้ดิฉันเข้าใจในกฎหมายมากยิ่งขึ้นกระจ่างมากยิ่งขึ้นซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัวมากๆ เช่นออกจากบ้านแล้วขับรถยนต์ไปตามท้องถนนแล้วจู่ๆมีตำรวจขอตรวจค้นรถ ตำรวจจะไม่มีสิทธิที่จะมาตรวจถ้าไม่มีหมายศาลมาแสดง เพราะถือเป็นเคหะสถานเหมือนบ้าน สามารถนำไปใช้ได้จริงๆในชีวิตประจำวันในทุกๆวันโดยเข้าใจในหลักกฎหมายที่ถูกต้อง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น